‘ศันสนีย์ นาคพงศ์’ ทิ้งชื่อสาวแกร่งเบอร์ 1 ช่อง 7 ขายกาแฟในวัย 64

ผมขาวทั้งหัว เก็บตัวเงียบอยู่บ้านนอก!‘ศันสนีย์ นาคพงศ์’ ทิ้งชื่อผู้ประกาศสาวแกร่งเบอร์ 1 ช่อง 7 ขายกาแฟเลี้ยงตัวหากนึกย้อนไปเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ศันสนีย์ นาคพงศ์ หรือ ติ๋ว ศันสนีย์ นาคพงศ์ ชื่อนี้คงไม่มีใครในยุคนั้นที่ไม่รู้จัก เพราะด้วยความสามารถและน้ำเสียงในการจัดรายการโทรทัศน์ที่สร้างภาพจำให้ผู้ฟังได้เป็นอย่างดี

โดยในอดีต ติ๋ว ศันสนีย์ เริ่มมีชื่อเสียงจากการเป็นนักแสดงภาพยนตร์ไทย และนักร้องที่มีชื่อเสียง ผลงานที่สร้างชื่ออาทิ เพลงอดีตรักดอกทองกวาวที่แต่งโดย ว.วัชญาณ์ และเพลง คนเก่งคนดี ซึ่งประกอบละครโทรทัศน์เรื่อง ทางช้างเผือก ต่อมาศันสนีย์เข้าสู่วงการโทรทัศน์ เริ่มจากการเป็นผู้ประกาศรายการและผู้ประกาศข่าวเด็ดเจ็ดสีภาคค่ำ, พิธีกรรายเกมโชว์ นาทีทอง คู่กับ ธรรมรัตน์ นาคสุริยะ และ พลากร สมสุวรรณ, บรรยายสารคดีโทรทัศน์ต่างๆ

ผลงานที่สร้างชื่อคือรายการ จดหมายเหตุกรุงศรี ซึ่งช่อง 7 สีผลิตให้แก่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ออกอากาศในช่วงข่าวภาคค่ำ,ควบคุมการผลิตละครเช่น พ่อม่ายทีเด็ด กระท่อมโสมจันทร์ น้ำตาลใกล้มด ผู้ชายก็ท้องได้ มัจจุราชสีน้ำผึ้ง เป็นต้น, ควบคุมการผลิตรายการสารคดี 1 ในเมืองไทย โดยเธอทำงานอยู่ในวงการนี้ประมาณ 20 ปี

“ในปัจจุบันนี้การเป็นผู้ประกาศข่าวเริ่มเปิดกว้างมากขึ้น แต่สำคัญเลยคือเราต้องมีการเตรียมตัว เปิดรับ เรียนรู้ ฝึกฝนพัฒนาตัวเองตลอดเวลา และก้าวเดินเข้าไปหาโอกาส ยังไงขอเป็นกำลังใจให้ทุกตนที่อยากก้าวมาทำงานในจุดนี้ค่ะ”

“เริ่มรู้สึกว่า เมื่อก่อนนี้ปฏิบัติได้ในระดับหนึ่ง พยายามใช้ชีวิตที่ดี แต่พอมารู้จักธรรมะมากขึ้นก็ใช้ชีวิตเหมือนกับให้อยู่ในกรอบที่จะทำให้ชีวิตของเราดำเนินไปอย่างปกติคือรักษาศีลให้มากที่สุด ซึ่งเขามีมาตรฐานเรื่องศีลว่าถ้าคุณทำได้ในชีวิตคุณจะเดือดร้อนน้อย” ในฐานะของคนที่ศึกษาธรรมะ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาครึ่งศตวรรษ บวกกับประสบการณ์ทางการเมืองที่ยาวนาน

เธอฉายภาพของธรรมะกับการเมืองให้ฟังว่า “เชื่อว่าทุกคน คนเราเมื่อมาถึงระดับหนึ่ง ไม่ว่าเขาไม่ว่าเรา มีสติในระดับพื้นฐานทุกคนอยู่แล้วสำหรับตัวเองที่เห็นโลกมา เกือบจะเกษียณแล้ว คิดว่าทุกอย่างเป็นอนิจจัง เวลาที่เห็นใครออกฤทธิ์ออกเดชมาก ๆ เหมือนกับโลกนี้ฉันจะครอบครองไว้ตลอดกาล จะนึกถึงธรรมะ ซึ่งธรรมะก็คือธรรมชาตินั่นเอง”

“เมื่อก่อนเราอาจลืมตัว ตอนนี้ถึงรู้จักธรรมะ เราลืมตัวแต่รู้ว่า อ้อ อันนี้เป็นธรรมชาติ มันมีเริ่ม มีเกิด มีดับ ต้องคิดกันให้ได้ว่าโลกนี้เป็นของชั่วคราวแล้วมันเป็นโลกที่คนอื่นเขาจะต้องมาใช้ประโยชน์ หน้าที่ของเราคือ เดินผ่านโลกนี้อย่างไม่ทำร้ายมัน ฝากสิ่งที่ดีไว้ให้รุ่นหลังๆ อันนี้เป็นสิ่งที่คนที่เป็นผู้นำจะต้องตระหนัก แล้วต้องเปิดกว้างอย่าติดกับดักความคิดของตัวเอง หรือพวกเรากันเอง” ตรงประโยคท้ายๆนี่ไม่รู้ว่าอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยท่านนี้ ฝากไปถึงผู้นำคนไหนในบ้านเรา